วันอังคารที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2560

“กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เร่งเตรียมระบบรองรับและกำหนดแนวปฏิบัติของนายจ้างในการหักเงินเดือนผู้กู้ยืม หลังพระราชบัญญัติใหม่เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ ก.ค. 2560 ที่ผ่านมา โดยนายจ้างจะทำการหักเงินเดือนได้ต่อเมื่อกองทุนแจ้งนายจ้างอย่างเป็นทางการ”
นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เปิดเผยว่า “ปัจจุบันกองทุนฯมีผู้กู้กองทุนกยศ. และกองทุนกรอ. จำนวนทั้งสิ้น 5.2 ล้านราย เป็นเงินกู้ยืม 5.5 แสนล้านบาท มีผู้กู้ที่ผิดนัดชำระหนี้ 2.1 ล้านราย โดยดำเนินคดีกับผู้กู้แล้วประมาณ 1.1 ล้านราย (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2560)
ซึ่งในวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมาพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 ได้เริ่มมีผลบังคับใช้แล้ว ทั้งนี้ในส่วนของการกำหนดให้นายจ้างหักเงินเดือนจากรายได้ของพนักงานหรือลูกจ้างที่เป็นลูกหนี้ของกองทุนฯเพื่อนำส่งกรมสรรพากรเช่นเดียวกับการหักภาษี ณ ที่จ่ายในแต่ละเดือนนั้น กองทุนฯจะเดินหน้าให้ความรู้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องและประชาชน รวมถึงการเตรียมความพร้อมของระบบเพื่อรองรับการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติฉบับนี้

ปัจจุบันพระราชบัญญัติให้อำนาจกองทุนฯดำเนินการขอข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ยืมเงิน จากหน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน โดยจะมีการออกกฎกระทรวงและระเบียบต่าง ๆของกองทุนฯ เพื่อรองรับพระราชบัญญัติดังกล่าว รวมถึงต้องกำหนดแนวปฏิบัติเพื่อทำความเข้าใจกับองค์กรนายจ้างและหน่วยงานอื่นๆ และเตรียมความพร้อมของระบบนำส่งเงินชำระหนี้ ทั้งนี้เมื่อกองทุนฯได้ข้อมูลของผู้กู้ยืมเงินจากหน่วยงานต่าง ๆ กองทุนฯจะดำเนินการแจ้งนายจ้างให้ทราบและเมื่อนายจ้างได้รับทราบการแจ้งจากกองทุนฯแล้ว นายจ้างมีหน้าที่หักเงินได้ของผู้กู้ยืมเงินเพื่อชำระหนี้คืนตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติต่อไป

พระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 จะเป็นการช่วยเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียน นักศึกษา โดยมีการให้กู้ยืม 4 ลักษณะ คือ 1 นักเรียนนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ 2 นักเรียนนักศึกษาในสาขาวิชาความต้องการหลักต่อการพัฒนาประเทศ 3 นักเรียนนักศึกษาที่ศึกษาในสาขาวิชาที่ขาดแคลน หรือมุ่งส่งเสริมเป็นพิเศษ และ 4 นักเรียนนักศึกษาที่เรียนดีเพื่อสร้างความเป็นเลิศ เพื่อรองรับการผลิตกำลังคนไปสู่ยุคประเทศไทย 4.0 ในอนาคต ซึ่งกองทุนจะมีการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศขึ้นใหม่ โดยเชื่อมโยงฐานข้อมูลกับหน่วยงานอื่นๆ ให้มีความถูกต้อง สะดวก รวดเร็วและตรวจสอบได้ในการกู้ยืม การบริหารหนี้ และการติดตามหนี้อย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ปัจจุบันกองทุนฯมีผู้โทรศัพท์ติดต่อสอบถาม ทั้งเรื่องการกู้ยืมและการชำระหนี้จำนวนมากกว่า 1,700 สายต่อวันซึ่งอาจทำให้ได้รับความล่าช้าในการให้บริการ ซึ่งกองทุนฯได้ปรับปรุงระบบการให้บริการและเพิ่มอัตราเจ้าหน้าที่รับโทรศัพท์ รวมถึงขยายระยะเวลาการให้บริการจนถึง 20.00 น. ของทุกวัน ซึ่งผู้กู้ยืมและประชาชนสามารถติดตามข่าวสารและสอบถามข้อมูลต่างๆ
เพิ่มเติมได้ที่http://www.studentloan.or.th และ”facebook กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา”
...
ขอบคุณที่มา: http://www.thaiquote.org/content/19894



0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น